เก้าร้าว In Singapore ,,*

17 04 2009

 

เย้ย ไดอารี่ครั้งแรก ตื่นเต้นจังเลย นานมากแล้วที่ไม่ได้เขียน ไดอารี่ นับตั้งแต่สมัย Storythai ,Diaryhub ,yenta4 อะไรพวกนั้นยังคงฮอตฮิตและ hi5 ยังไม่บูม

ฉะนั้น เพื่อความพิเศษ จึงขอประเดิมไดอารี่ครั้งแรก ด้วยการพาไปเที่ยวสิงค์โปร์ด้วยกันดีกว่า …

 inside

แว๊ก รูปแอบดำ ..ในส่วนนี้คือส่วนของทางเดินไปขึ้นเครื่องนะจ๊ะ หลังจากเราผ่านจุด

passport control หรือจุดตรวจพาสปอตมาแล้วก็จะมาเจอพระเกษียรสมุทร

ยืนขาเดียวต้อนรับเราอยู่ข้างใน แบบในภาพนี้แหละจ้ะ

ข้างในนี้นอกจะมีพระเกษียรฯแล้ว จะมีของแบรนด์เนม ร้านอาหาร ต่างๆนาๆ

ในราคาปลอดภาษี แต่ก็ยังแพงอยู่ดี

ตองไปร้านเบอร์เกอร์คิงอ่ะ สั่งชุดอาหารเช้าเป็น เฟรนซ์ฟราย+ไข่+แฮม+สไปร์ท

สิ้นเนื้อประดาตัวไป 156 บาท แพงลากไส้!

แต่ถ้าเทียบกับการต้องไปสั่งของกินบนเครื่องบิน .. ตรงนี้ถือว่าดีกว่าเป็นไหนๆ

 

 

สิ่งหนึ่งที่อยากจะแนะนำ ..ควรพกขวดน้ำหรือกระติกน้ำไปด้วย แต่อย่าใส่น้ำนะคะ

ให้ผ่านจุดตรวจกระเป๋าก่อน เพราะเขาห้ามนำน้ำขึ้นเครื่องบิน

แล้วบริเวณก่อนขึ้นเครื่องจะมีตู้กดน้ำ  นั่นแหละกรอกให้เต็มที่

แล้วแอบเอาขึ้นไป กร๊าก .. ทำได้จริงๆ แต่ต้องเนียนหน่อย

เพราะน้ำที่สิงค์โปร์ราคาเท่ากับน้ำอัดลมค่ะ

ที่จริงก้อไม่แพงเวอร์มากหรอก แค่ 1 เหรียญกับอีก50เซ็นต์ 

(1 เหรียญ ประมาณ 23 บาท)

แต่ขวดเล็กกว่าขวดละ 10 บาทบ้านเราเท่านั้นเองค่ะ

 

 

แล้วก็ถึงเวลาขึ้นเครื่อง เราบินกับสายการบิน tiger airway เป็นแบบ low cost

ก็ใช้เวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมง ก็ถึงแล้วค่ะ เครื่องออก 8.40 ค่ะ เวลาบ้านเรา

และถึงที่สิงค์โปร์ ตอน 11.45 บ้านเค้าค่ะ เวลาของเค้าเร็วกว่าเรา 1 ชั่วโมง

เรามาถึงสนามบิน ชางกี แล้วก็นั่งรถสนามบินไปที่สนามบินใหญ่ค่ะ ..

ที่นี่เขาจะแยกกันค่ะระหว่างสายการบิน low cost และ high cost

แต่ยังไงก็ตามก้อต้องไปที่เทอร์มินอลใหญ่ค่ะ

เพราะจะมีรถไฟใต้ดิน หรือ MRT บริการอยู่ใต้ติน รถไฟฟ้าใต้ดินของเขาเหมือนบ้านเราค่ะ

จะซื้อเป็นเหรียญเป็นเที่ยวๆก็ได้  หรือซื้อเป็นบัตร easy link ก็ได้

ซึ่งจะสะดวกกว่า ตองซื้อ easy link ค่ะ เติมเงินไป 50 เหรียญ

บัตรนี้จะใช้ได้ ทั้ง รถไฟฟ้า รถใต้ดิน รถเมล์ หรือแม้แต่ เซเว่นฯ

ร้านอาหารให้ศูนย์อาหาร หรือร้านค้าบางร้าน

ใช้แทนเงินสดได้เลย แต่เค้าจะหัก เงินเราไปนะคะ 5 เหรียญค่าทำเนียม

แต่ถ้าเราเหลือ สามารถขอคืนเป็นเงินได้ค่ะ ระยะทางจะคิดตามสถานีค่ะ

โดนตอนแรกจะหักเราไป 2 เหรียญเต็มๆ แล้วพอขาออกจะคืนให้ กันคนขี้โกงค่ะ

เพราะบางทีใช้กับรถเมล์ เราขึ้นข้างหน้าเราเอาบัตรไปแปะ แต่ขาลงไม่ยอมแปะบัตร

มันก้อจะหักไปเลย 2 เหรียญ

 

 

 

 

นี่คือโรงแรมที่ไปพักค่ะ ( ยืมภาพมาจาก google )

อยู่ในย่าน little india เดินมาจากสถานีนิดหน่อยค่ะ

เริ่มจากเรานั่งรถมาจาก สถานี สนามบินชางกี (หมายเลข3)แล้วมาเปลี่ยนสายเป็นสายตรง

แล้วมาเปลี่ยนอีกทีที่สถานี city hall (ที่จุดขาวๆจุดแรกของสายสีแดงกับสายสีเขียว)

แล้วก็นั่งไปต่อที่ Dhoby Ghaut (สายสีม่วงที่มี 3 จุด)แล้วลงที่ little india ตามแผนที่ค่ะ

 

 แผนที่ที่เห็นเพื่อนๆจะเห็นว่ามีเส้นทางหลายสีนะคะ

สีเขียวนี่คือเส้นทางหลักค่ะ

ส่วนสีแดงนี่จะผ่านย่านคนจีน

สีม่วงจะผ่านย่านแขก

ส่วนสีเหลืองคือส่วนของ คาสิโนที่กำลังสร้างอยุ่ค่ะ คาดว่าจะเสร็จปลายปีนี้

การก่อสร้างของที่นี่ค่อนข้างเร็วและตรงเวลา เพราะถ้าหากเสร็จไม่ทันจะถูกทุบทิ้งทันทีค่ะ

ไม่เหมือนบ้านเราเนอะ แค่โรงอาหารก็สร้างเป็นปี 555

 

 

เอาล้ะ! กลับที่มาที่โรงแรมของเรา คืนละ 99 เหรียญค่ะ รวมอาหารเช้า

ในภาพจะเห็นว่าสวย โอเค แต่มันเล็กมากๆค่ะ

ตัวโรงแรมก็จะเหมือนตึกแถวธรรมดา แต่สูง มี 10 ชั้นเชียวค่ะ มีสระว่ายน้ำด้วย

แต่เตียงเล็กมาก คือนอนแล้วเท้าเกินยืนออกมา ต้องโทษความสูงตัวเอง *-*

ไม่มีตู้เสื้อผ้า มีแต่ไม้แขวนเสื้อกับที่แขวนให้ ไม่มีตู้เย็น แต่มีชุดน้ำชากาแฟให้ต้มกินกันเอง

(คนที่พกขวดน้ำไป ก็สามารถรองนำในโรงแรมไปดื่มได้เลยเพราะ

น้ำในห้องน้ำโรงแรมเป็นน้ำกินค่ะแต่ถ้าไม่มั่นใจก็ต้มก่อนก็ได้

จากกาในโรงแรม แต่ในที่สาธารณะก็จะมีก็อกน้ำให้ดท่มอยู่แล้ว

แต่ต้องดูดีๆค่ะ เพราะจะมีก็อกน้ำเป็นสีๆแบ่งไว้ สีแดงจะเป็นน้ำรดต้นไม้

ส่วนสีอื่นก็ดูดีๆ ว่าเป็นน้ำใช้หรือน้ำกิน มันจะแยกกันค่ะ)

ส่วนทีวีก็มีติดผนัง สามารถเล่นแผ่น DVD ได้ ถ้าหากมีติดมือมา

ตองดูแต่รายการเพลงไต้หวัน กับเซอร์ไวเวอร์ทุกคืน โคดเบื่อเลย นั่งดูมันกินแมลง!

ส่วนห้องน้ำก็เล็กม๊าก เป็นฝักบัวติดผนัง มีอ่างล้างหน้า และชักโครก

ซึ่งมีปุ่มชักโครกอยู่บนถังชักโครก

ตอนแรกก็หาไม่เจอ นึกว่ามันชักอัตโนมัติ เกือบแล้ว กร๊าก

 

 

หลังจากแพคของเสร็จ ฝนตกอ่ะ!! เลยเปลี่ยนแผนไป china town กัน

จากตอนแรกว่าจะไปดูสิงค์โตพ่นน้ำ หรือ เมอร์ไลอ้อน ที่ Merlion Park

พอไปถึงไชน่าทาวก็เดินไม่ได้  เพราะแฉะไปหมด ฝนก็ยังตกอยู่

คือมันน่าเดินมาก เหมือนสำเพ็งบ้านเรา แต่สะอาดกว่า กว้างกว่า

แถมอาคารต่างๆก็ตกแต่งใหม่สีสันสวยงาม

เราฆ่าเวลาโดยการไปชมมิวเชี่ยมของเขา ราคาค่าเข้าชม 3 เหรียญ

ตัวอาคารเป็นตึกแถวสูงๆ มีหลายชั้น ข้างในจะจำลองประวัติศาสตร์ของคนจีนที่มาอยู่ที่นี่

 

1chinatown

 

รูปแรกที่เป็นกล่องขาวๆ นี่เป็น แซ่ ของของคนจีนในสิงค์โปร์

ใครอยากรู้ว่า บรรพบุรุษเป็นใครอพยพมาจากไหน ก็มาหมุนดูได้เลย

ส่วนรูปอื่นๆคือ ข้าวของเครื่องใช้ของเขาในสมัยก่อน มีการเล่นการพนัน สูบฝิ่นด้วย

ภาพที่ 4 เป็นเตารีดถ่าน บ้านเราก็มี แต่หาดูยากแล้วสมัยนี้

 

2chinatown

 

ภาพนี้เป็นภาพวัฒนธรรมการกินของคนจีนสมัยก่อน ที่เห็นในภาพแรกเป็นอาหารเด่นๆของเขา

พวกติ่มซำ หูฉลาม ต่างๆ ตรงกระทะเป็นจอทีวี บรรยายอยู่ โคดเท่ห์เลย 555

ภาพที่สามก็ซูมๆให้ดูค่ะ ไม่ใช่ของจริงนะ เค้าทำขึ้น แต่แอบเหมือนจนตกใจ ทำเอาหิวเลย

 

3chinatown1

 

ภาพแรกเป็นโรงงิ้วสมัยก่อนค่ะ ตอนถ่ายแอบกลัว มันอยู่มืดๆ เลยตบแฟลชไปซะเยอะ

ส่วนรูปที่2เป็นสูทของคนจีนสมัยก่อน คอแปลกๆนะ ไม่เคยเห็นเหมือนกัน เลยชักภาพมาฝาก

รูปที่3เป็นโรงหนังค่ะ ดูคลาสสิกดีนะ เป็นแค่โมเดลค่ะ ปัจจุบันไม่มีแล้ว

รูปที่4เป็นโมเดลจำลองของไชน่าทาวค่ะ ของจริงสวยกว่าในโมเดลหลายเท่าค่ะ!

 

45chinatown1

 

ภาพรวมๆของตึกรามบ้านช่องของ ไชน่าทาวค่ะ ส่วนมากกลายเป็นร้านค้า

และร้านอาหารไปหมดแล้ว ตอนที่ถ่ายฝนพึ่งหยุดค่ะ ฟ้าเลยหม่นๆ แต่ก็ยังสวยค่ะ

ตัวอาคารทาสีใหม่หมดสีสันสวยงาม เทียบจากโมเดลนะคะ

มีชีวิตชีวากว่ามากเลยค่ะ จากภาพแรกนั่นจะเห็นเลยว่าไม่ค่อยมีรถนะคะ

จริงๆค่ะประเทศนี้คนไม่ค่อยใช้รถค่ะ เพราะมันค่อนข้างยุ่งยาก

ต้องเสียค่าโน่นค่านี้ แพงไปหมด

และอีกอย่างคือการคมนาคมของเขาก็โอเคอยู่แล้วค่ะ ค่อนข้างสะดวกและครอบคลุม

 

4chinatown1

 

เข้ามาหลบฝนในวัดหน่อยค่ะ หน้าวัดหรือหน้าอาคารหรือห้างต่างๆจะมี

กล่องบรรจุปลอกพลาสติกให้ใส่ร่มฟรี จะได้ไม่เปียกเลอะเทอะ

และที่นี่คือวัดพระธาตุเขี้ยวแก้วนะคะ ใหญ่ที่สุดในย่านนี้ และคนค่อนข้างเยอะ

ต้องแต่งกายสุภาพนะคะ มีผ้าถุงให้เปลี่ยนแบบบ้านเราด้วย

นอกจากจะเป็นวัดแล้วยังเป็นมิวเซี่ยมอีกด้วย

เมื่อภาพพันประตูเข้าไปก็จะเห็นอย่างภาพแรกค่ะ

จะเห็นเหมือนเป็นพระพุทธรูปเล็กๆวางเรียงๆกันนะคะ คนสิงค์โปรเวลาเขาจะบนอะไร

ก็จะเช่าพระพุทธรูปองค์เล็กๆนี้แหละค่ะ ราคา 89 เหรียญ แล้วก็อธิฐาน หรือบนก็แล้วแต่

แล้ววางไว้บนชั้น ชื่งมีอยู่รอบผนังภายในวัด มีเทพเจ้าหลายองค์แล้วแต่จะบนเกี่ยวกับอะไร

ภาพที่ 3 คือภาพภายนอกของวัด ตัววัดจะคล้ายๆตึก ข้างในมีลิฟท์ บริการด้วย

 ชั้นล่าง เป็นห้องโถง อย่างในภาพที่ 5 นะคะ ตอนนี้กำลังทำพิธีด้วยค่ะ

ผู้ร่วมพิธีจะซื้อชุดไหว้และผูกผ้าสีแสด มีหลวงจีนมาทำพิธีให้

ส่วนชั้น 2 เป็นห้องเก็บพระธาตุ เข้าไปกราบไหว้กันได้ค่ะ ไม่ได้ถ่ายมาค่ะ เขาห้ามถ่าย

และชั้นที่ 3 เป็นมิวเชี่ยมค่ะ จะเก็บพระพุทธรูปปรางค์สำคัญ ละเทพเจ้าอื่นๆอีกมากมาย

แถมยังมีห้องสมุดด้วย และที่เห็นเป็นโหลเทียนสวยๆ ก็คือ ชุดไหว้ค่ะ

เหมือนบ้านเราที่ใช้ดอกไม้ธูปเทียน

วัยรุ่นที่โน่นจะนิยมซื้อชุดไหว้เหล่านี้ไว้บนเกี่ยวกับเรื่องเรียน เรื่องรักค่ะ

เขาจะวางไว้ 1 ปี แล้วก็จะมีคนเก็บไปค่ะ

 

 

6chinatown1

 

นี่เป็นชั้นบนสุดของวัดค่ะ เป็นสวน และข้างหลังตองคือเป็นแท่นให้เวียนเทียน

มันจะตีระฆังนับรอบให้เราด้วยนะ สวยจริงๆ ชอบๆ

 

5chinatown1

 

ออกมาจากไชน่าทาวหน่อย ก็เดินไปแถว maxwell พักกินน้ำ กับน้ำแข็งใสสะหน่อย …

ไม่ค่อยประทับใจเลยค่ะ 555ในรูปดูน่ากินม๊าก ที่ตองสั่ง เรียกว่า ice jelly cokteil

แต่พอสั่งมาแล้วก็เฉยๆค่ะ คงจะซวยสั่งอันที่ไม่อร่อยก็เป็นไปได้

ไม่มีน้ำเชื่อมใดๆ และที่เห็นเป็นวุ้นๆ (ในภาพที่ 2 )นั้นก็จืดๆนะแค่มีกลิ่นฟรุตสลัดนิดนึง

แต่ฟรุตสลัดข้างบนก็โอเคค่ะ มะนาวลูกจิ๋วๆนั่นก็ดูน่ารักดี แต่บีบมาแล้วน้ำเยอะมาก

รู้งี้สั่ง Grass jelly มาลองก่อนก็ดี

ไอ้เจ้านี่ตั้ง.. 2 เหรียญนะเนี่ย! ให้ตายเถอะ 40 กว่าบาทแน่ะ ลาก่อนน้ำแข็งใสสิงค์โปร์

night1

เอาล้ะ หลังจากเดินโต๋เต๋จากไซน่าทาว เราก็เดินทางไป ไนท์ ซาฟาร์รีกันต่อ

ก็นั่งรถรางเข้าชมนะคะ มีทั้งแบบนั่งรถ และเดินชมค่ะ

คือเขาจะจอดรถรางตามสถานนีแล้วถ้าใครอยากเดินเองก็เดินไป

แล้วมารอรถเที่ยวต่อไป หรือจะเดินเองตั้งแต่ต้นก็ได้ จะมีเจ้าหน้าที่ยืนอยู่เป็นจุดๆ

ตองแอบเอาไฟฉายส่องเจ้าหน้าที่ด้วย นึกว่ากระทิง กร๊าก

มันมืดมากเลย มองไม่ค่อยเห็น ตองว่าที่เชียงใหม่เราเจ๋งกว่า

และที่นี่เค้าจะมีบริการถ่ายรูปให้นะคะ ถ่ายก่อนรถรางจะออก

พอออกมาเสร็จก็ไปรับรูปเลยพร้อมกรอบ

ราคา 10 เหรียญแต่ไม่จำเป็นต้องเอาก็ได้ค่ะ ตองหน้าเหวอไปหน่อยเลยไม่เอา กร๊าก

ที่จริงในสถานที่สำคัญหรือที่ๆนักท่วงเที่ยวชอบมาเขาจะมีบริการแบบนี้ค่ะ

ส่วนภาพแรกกับภาพที่ 3 เป็น fish spa ค่ะ  5 นาที 10 เหรียญ

วิธีการคือนั่งหย่อนขาให้ปลามันตอด 555 คงจั๊กจี้น่าดู

ปลาก็จะตอดกินขี้ไคลของเรา พร้อมกับนวดเท้าให้เราไปด้วย สยิ๋มกิ๋ยดีค่ะ 

ส่วนภาพสุดท้ายเป็นมื้อเย็นของข้าพเจ้า เป็นก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาฉบับสิงค์โปร์

น้ำซุปหวานกลมกล่อม เหมือนก๋วยจั๊บบ้านเรา แต่น้ำจะไม่ข้นมากขนาดนั้น

อาหารที่นี่จะไม่ค่อยมีผัก นะคะ เครื่องปรุงก็ไม่มีอะไรมาก

จะเป็นน้ำพริกเผา กับซีอิ๊วขาวของเขา

มื้อนี้ 4 เหรียญ 50 เซ็นต์ค่ะ

 

 …

 

เอาล่ะค่ะ จบแล้วสำหรับทริปวันแรก … เดี๋ยวยังมีวิวสวยๆ อาหารอื่นๆจะแนะนำอีกค่ะ

คอยชมกันต่อคราวหน้านะคะ

ยาวไปไหมเนี่ย อย่าพึ่งเบื่อกันก่อนนะคะ T^T เม้นให้ด้วยก้อดีนะจ๊ะ จุ๊บๆ ลาล่ะค่ะ ^^

 

 9ร้าวไม่ก้าวร้าว!!!

 


คำสั่งกระทำ

Information

2 responses

17 04 2009
Kr.619

น้ำแข็งใสน่ากิน แต่ตองบอกว่าจืด

ดูๆ แล้วน่าไปอะ ย้านเมืองดูไฮโซ

^^

19 04 2009
sajjana23

เข้าได้ล่ะตอง ไปเที่ยว ถ่ายรูปมาเยอะแยะเลย…

ไม่เหมือนเรา เล่าเรื่องไปเที่ยวแต่ไม่มีรูปประกอบสักภาพ เหอ ๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: